#1: Voices In My Mind @ Bali , Indonesia

 


ภายใต้แสงแดดอันระอุร้อนอ้าวของบาหลี

ฉันกลับสะท้าน เมื่อหยาดน้ำมนต์หยดใส ไหลรินจากพวยในมือของผู้ทรงศีล

ผ่านสองมือที่รอรับน้ำบูชา ผ่านปอยผม และผสมกับหยาดน้ำใสที่พราวหล่นเมื่อยามกระพริบตา


....มายาแห่งบาหลี กำเริบแล้วหรือไร?......










“อินโดฯเนี่ย มีอะไรน่าสนใจตั้งแยะ  โฮ้ย เมื่อก่อนชั้นต้องไปทำงานบ่อยๆ ขนาดนั้นยังเที่ยวไม่ทั่วเล้ย” เสียงงึมงำของอดีตเจ้านายคล้ายก้องในหัวอยู่ทุกย่างก้าว


จังหวะชีวิตช่วงหนึ่งสัปดาห์บนเกาะบาหลีของฉันมีแต่ความระลึกถึงผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเคยให้ความเมตตาสอนสั่ง  ให้ความเอื้ออารีที่ไม่เคยคาดหวังสิ่งใดตอบแทน เป็นความคิดถึง ระลึกถึงอย่างเข้มข้น


“พี่ชอบบาหลีจังว่ะ นี่ๆๆ เอ็งดู ดูซะก่อน รูปนี้ หอบมาจากบาหลีเว้ย แล้วนั่นๆ งานไม้แกะ สวยใช่ป่ะ”


เสียงคนขี้บ่นยังตามมาไม่มีหยุดอยู่ในหัวฟูๆ  ฉันนั่งอมยิ้ม โอบกระบุงสานวาดลายสวย เอาไว้บนตัก มือกำถุงหูหิ้วที่บรรจุไม้แกะสลักรูปหน้า "สีดา" ขณะที่พาหนะพาฉันเคลื่อนห่างออกจาก ปซาร์ ซานี หรือ Art market


นึกไปถึงรูปบนผนังห้องทำงานของอดีตเจ้านาย ก็ติดอยู่ตั้งแต่สมัยเมื่อสิบกว่าปีก่อน ครั้งฉันยังละอ่อน ยังร้อนรุ่ม และโผผิน บินออกจากคอกของเจ้านายใจดี ที่วางตัวดุจดังเจ้าสำนักตักศิลา


“คนอย่างชั้นมันก็เรือจ้าง ไอ้คนที่คิดว่ามันน่าจะพอสานต่องาน คนที่ชั้นพอจะวางใจได้ มันมาอยู่ได้แผล็บเดียวก็ไป  ชีวิตมันก็อย่างเนี้ย”  อารัมภบทพร้อมๆกับสาละวนอยู่กับเครื่องชงกาแฟ


อดีตลูกน้อง (ฉันเอง ) ยืนทำมือแบขยุกขยิก รอรับถ้วยเครื่องดื่มสุดโปรด พร้อมทำหน้าจี๋ยมเจี๋ยม


ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนดีพอที่จะสานงานต่อให้คนตรงหน้าได้ แต่บังเอิญว่าเป็นคนที่ใช่ ใช่เลย อยู่แป๊ปๆ แป๊ปเดียวแล้วชิ่งหนีเลย เป็นประเภท เรียนเคล็ดวิชาจากคนนี้ แล้วไปทำมาหากินต่อกับคนนั้น แหะ แหะ แม้รู้สึกผิด แต่ยังด้านหน้ามาขอข้าว ขอกาแฟนายเก่ากินอยู่ทุกบ่อย ใครจะทำไม?










“เฮ้ย เธออย่าพลาดไปน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ตัมปัคสิริงนะ  บลา บลา บลา”

มากมายเรื่องเล่าถึงความประทับใจ จากปากของผู้ชายที่ดูเหมือนหน้าที่การงาน จะบรรจุเต็มไปด้วยภาระที่ไม่อาจสละเวลาเพื่อการท่องเที่ยวที่ตัวเองโหยหาได้


“มันเป็นภาระจำยอม ไม่เหมือนเอ็งนี่หว่า ข้าต้องทำงาน ไม่มีเวลาไปเที่ยว”


“ ก็ไปแค่ใกล้ๆ   ก็แค่ พม่า เขมร ลาว ญวน” ฉันอ้อมแอ้ม อุบอิบ  ไม่อยากขัดคออดีตลูกพี่ ที่เดี๋ยว ก็มีสรรพนามแทนตัว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตามสภาวะอารมณ์

เอ็นดูน้อย หมั่นไส้มาก ก็ “ ชั้น กับ เธอ”

เอ็นดูมาก มีของมาฝาก (ฉัน)เยอะ แถมเลี้ยงข้าว(ฉัน)มื้ออร่อย ก็จะกลายเป็น “ เอ็ง และ ข้า”

แต่ถ้า จับบท เป็น “พี่” เมื่อใด เป็นอัน ต้องตบท้ายด้วยการเทศนาสอนสั่ง  ...... ประ.....จำ


ซึ่งสารภาพว่าฉันไม่เคยเบื่อที่จะฟังเลย เพราะรู้ว่าทั้งหลายทั้งปวงนั้น ออกมาจากก้นบึ้งที่ปรารถนาดีอย่างยิ่งยวด












บาหลีในใจ  เต็มไปด้วยภาพของ “พี่” ที่หมกตัวอยู่ในห้องทำงาน ชงกาแฟชั้นดีให้ฉันดื่ม  และ

“ ขอซักบ้อง เหอะวะ”


จุดอ่อนอย่างเดียว ที่ “พี่” ปล่อยให้ฉันโจมตีได้ คือการที่ยังไม่ยอมละวางจากการอัดนิโคตินเข้าปอด


“ไม่อยากขัดคอ คนไม่รักสุขภาพ” ฉันแกล้งทำเสียงเยาะ

“เฮ้ย เดี๋ยวนี้ เลิกแล้วเว้ย นานๆครึ้มๆ ถึงเอาซักบ้อง”


ความจริงแม้ไม่ชอบเห็นใครทำร้ายสุขภาพอย่างนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า อาการประณีตบรรจง บรรจุยาเส้น และคาบไปป์ อย่างมีความสุขของอดีตลูกพี่ ทำเอาอดใจอ่อนไม่ได้ จึงได้แต่เตือนด้วยความห่วงใย และตบท้ายแบบชมเชยกันเล็กน้อย ว่าลูกพี่คงห่างจากบ้องสุดรักมานานโข เพราะฉันแทบไม่ได้กลิ่นเจือจางแสนเบา ต่างจากในอดีตที่แทบจะต้องลากออกไปหาที่สนทนาใหม่ ที่ไม่ใช่ห้องทำงานอันคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นที่ชวนปวดศีรษะ


“พี่ไปหาหมอมั่งรึเปล่าคะ?”

“ เออน่า ข้าหนังเหนียว” อาการสำราญใจ คาบไปป์ รอให้ฉันอวดรูปจากทริปที่เพิ่งไปมา บอกปัดกลายๆ 


ก่อนปีใหม่ทุกวันคริสต์มาส ฉันจะเป็นฝ่ายได้รับคำอวยพรก่อนเสมอ กี่ปีมาแล้วนะ  อืมห์ สิบกว่าปีทีเดียว ที่ฉัน “ช้ากว่าเสมอ”













นึกถึงเมื่อห้าปีก่อน


หลังผ่านวันปีใหม่ “พี่” โทรไปลากฉันให้มารับของขวัญ ที่ฉันผัดผ่อน มาตั้งแต่วันคริสต์มาส ว่าขอมาหาตอนที่กลับมาจากการไปท่องเมืองโบราณ ต้าหลี่ และลี่เจียงแล้ว



“ เดี๋ยวชั้นพาไปกินร้านนึง เขาว่าอร่อยเด็ด บรรยากาศโคตรดีเลย”  พี่จัดการโปรแกรมเสร็จสรรพ ให้ฉันขับรถไปหาที่หม่ำอร่อยๆกัน



ยังจำได้ดี ที่ใครบางคน ถือแผนที่ร้านอาหาร พร้อมกับรูปงามๆที่แสดงอยู่ในวารสารชื่อดัง


ท่าทางหมายมั่นปั้นมือ รอคอยการมาของสารถีขี้โม้ (ฉันเองอีกนั่นล่ะ)


และวันนั้น ดูเหมือนอดีตลูกพี่จะชอบใจกับเนื้อจามรี ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์สวยๆที่ฉันนำมาฝากไม่น้อย




“แล้วบาหลีล่ะ จะไปเมื่อไหร่?”


“สงกรานต์ค่ะ อาทิตย์นึง ได้ตั๋วโปรฯด้วย สะใจ” ฉันตอบ อมยิ้มกรุ้มกริ่ม เมื่อเห็นอาการอิจฉาชัดเจนจากผู้สูงวัยกว่า

“ พี่จะอิจฉาทำไม อยากไปก็ไปสิคะ ค่าตั๋วเฟิร์สคลาส มันไม่ทำให้ขนหน้าแข้งพี่ร่วงหรอก ตังค์น่ะ เก็บไว้นานๆ เดี๋ยวก็ตกรุ่นกันพอดี”  แกล้งแซวแม้จะรู้ตัวดี ว่า "โดน" แน่นอน


คำเทศนาพรั่งพรูครู่ใหญ่ ตบท้ายด้วยว่าเจ้าตัวตั้งใจจะวางมือจากกิจการภายในปีสองปีนี้


“ ว่าจะเกษียณ แก่แล้วว่ะ เผื่อว่าจะได้ไปท่องเที่ยวมั่ง ก่อนที่จะไปไม่ไหว  และเผื่อจะได้นั่งเขียนหนังสือได้ซักเล่มสองเล่ม”




บ้องที่สองในมือ กับบทสนทนาหลังอาหารกลางวัน นานกว่าห้าชั่วโมงถึงโครงการเล็กๆในใจ ที่ใครบางคนอยากจะทำ

มันฟังดูช่างเป็นฝันแสนง่าย

ก็จะยากอะไร ในเมื่อใครบางคนมีเงินตั้งมากมาย ใครคนนั้นมีบุตรสาวคนเดียวที่น่าปลาบปลื้มใจกับการเป็นว่าที่ทันตแพทย์หญิง

เสียงเล่าตบท้ายด้วยแผนการวาดฝันสงบงาม


“ ว่าจะไปตะลอนบาหลี เดินเล่นที่อูบุดอีกสักครั้ง”  ฝันเล็กๆแสนสามัญ มันไม่ยากเลยแม้แต่นิดเดียว

และขอสารภาพว่า ฉันอยากไปเห็นบาหลีให้เต็มตา อยากไปสัมผัสบาหลีให้เต็มหัวใจ ก็เพราะพี่คนนี้นั่นเอง

แต่..... พี่คะ เรื่องง่ายๆแค่นี้ ทำไมพี่ทำไม่ได้คะ ทำไม? 


.....................................................................


ค่ำจัดกับแถวยาวเหยียดเพื่อรอเข้าเมืองบาหลี

ถอนหายใจหลายเฮือก เผื่อจะหายหิว

คุณ ต.ม. ดูช่างไม่อนาทรร้อนใจ

อ้ายยยยยย   ช่างสมเป็นเมืองท่องเที่ยวดีแท้


แต่ .... หิวค่ะ หิวเฟ้ย หิวเว้ยยยย ชะเอิงเอย


......................................


โอ้ ! มีหนุ่มหน้าตาไม่เลวมารอรับ

ครึ้มจัด ครึ้มใจ รีบไปโรงแรมกันเถอะพ่อคุณ

หนทางไม่ไกล ฉันตะกายขึ้นนั่งตีเสมอคุณ Kadek


เราถึงที่พักเมื่อฝนโปรยจางๆ


Artini cottage ดูมลังเมลือง จุ๊ย์ๆๆๆๆ 30 ดอลลาร์ คาดว่าจะยอมจ่ายให้คืนเดียวเฟ้ย

แต่ตอนนี้ จะกี่รูเปี๊ยะห์ก็ยอม ขอข้าวบาหลีร้อนๆซักมื้อก่อน ไม่งั้นคงนอนไม่หลับ

ว่าแล้วก็กางร่มโต๋เต๋ มุดเข้าร้าน เติมข้าวลงกระเพาะ

ต่อด้วยร้านเครื่องดื่มละแวกใกล้เคียง

เบียร์พื้นเมืองขวดเหมาะมือ  ก็สั่งมาจ้องหน้ากันเล่น รอให้ฝนหยุดสาด (อิอิ )


....................................................................

เงื่อนไขการหาที่พักของฉันนั้น มันจุกจิกจนโดนปฏิเสธไปหลายที่ ด้วยว่ามิได้มาฮันนีมูน จึงไม่ปรารถนานอนซุกร่วมผ้าห่มกับผู้ใด

อืมห์ บาหลี แต่ว่า ที่ไหนๆ ในบาหลี มักมีแต่เตียงคู่เป็นส่วนใหญ่นะ

................................................


นึกถึงเรื่องราวก่อนจะมาแล้วอดขำไม่ได้


เมื่อวันที่ฉันร่ายยาว ไล่บี้ซัพพลายเออร์หนุ่มชาวเกาหลี ขอให้เธอได้โปรดรีบส่งสัญญาซื้อขายที่จะให้ลูกค้าลงนามมาโดยด่วน ฉันต้องการให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในวันที่ 9 เมษายน แอบอ้อมแอ้มบอกไป ว่าไม่ใช่อะไรหรอก เพียงแต่จะติดช่วงวันหยุดปีใหม่ไทยหลายวัน

เสียงปลายสายรับทราบ แล้วทาบทามเรื่องงานต่ออีกเล็กน้อย ฉันรีบตีลูกกัน ด้วยการบอกกล่าวว่าจะไม่อยู่สักหนึ่งสัปดาห์ แต่ว่าช่วงเวลานั้น ใครๆก็ไม่ทำงานเหมือนกันน่ะแหละ


“คุณจะไปไหน?”  หนอย ทำเสียงถามเหมือนฉันจะไปก่ออาชญากรรม


อิจฉาล่ะสิ ดูเหมือนตาคนนี้แกจะแอบนับนิ้วว่าทำไมฉันถึงได้มีวันลาเยอะนัก


“อินโดนีเซียค่ะ”


“อินโด่เนเซี้ยะ?” หนุ่มเกาหลีออกเสียงสูงโด่งเสียจนอดขำไม่ได้  ตานี่คงงง ที่เห็นฉันไปเยี่ยมอิเหนาออกจะถี่สักหน่อย


“ ช่ายยยยย  อินโดนีเซีย  บา......ลี.....” แกล้งลากเสียงยาวให้คนบ้างานหมั่นไส้เล่น  

แต่ฉันกลับงุนงงต่อคำถามถัดมาเสียเอง เมื่อเสียงนุ่มนวลถามกลับมาว่า

“คุณจะแต่งงานหรือครับ?”

“ห๊ะ! อะไรนะคะ คุณพูดว่าอะไรคะ” คือว่ายายคนนี้ เป็นคนไม่ค่อยเฉลียว เลยงง


“ ผมถามว่า คุณจะ แต่งงาน หรือครับ”


"เฮ้ย ไม่ใช่" ฉันใส่เสียงดังฟังชัดทันใด


“ คุณยังโสด ใช่ไหมครับ ขออภัย” เสียงนุ่มๆถาม ทำเอาคันหัวใจ


“ใช่ค่ะ  ทำไมคะ?”  บ๊ะ ยายป้านี่ยังไม่เก็ท ที่ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะขำอะไรกันนักกันหนาไม่ทราบ นึกไปนึกมากับเสียงเจือหัวเราะ ที่ปลายสายล้อเลียน กับ อืมห์ บาหลี บาหลี ก่อนจะจบการสนทนา


.......... อะไรฟะ บาหลีไม่ใช่ที่สำหรับคู่ฮันนีมูนเท่านั้นเสียหน่อย เฮ่อ...........


แต่หลังจากไปฉุยฉายที่บาหลี  ฉันถึงได้รู้ว่าคู่แต่งงานใหม่ชาวเกาหลี นิยมมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่เกาะสวรรค์แห่งนี้กันมากเหลือเกืน



......เช้าแรกในบาหลี.......


ฉันเลือกใส่เสื้อลายดอกไม้ ลายพร้อยยยยยทีเดียว

รับประทานอาหารเช้าแล้วก็กระโจนออกจากที่พัก

แวะชมที่พักราคาย่อมเยาหลายแห่ง

ที่โน่นก็ดี ที่นี่ก็น่านอน

ปัญหาอย่างเดียวคือทั้งถูกทั้งดีน่ะมีแยะ แต่ไม่ยักกะติดมุ้งลวดกันแมลง

คนแพ้ยุง ทำหน้ายุ่งตั้งแต่เช้า

นึกอนาถตัวเอง อยากเป็นขาลุย  หุ่นก็ให้และหน้าก็โหด แต่ผิวกลับบางอย่างไม่น่าให้อภัย

เลยยังตัดสินใจไม่ได้ ว่าจะลงเอยตรงไหนดี


ตลาดอูบุดสดใส และแม่ค้า “เขี้ยวจัด”

หนอยแน่ แม่ค้ากล้วยไข่ ขายกล้วยจิ๋วๆตั้งแปดสิบบาทเชียวเรอะ

เดินวนเวียน พอให้สำราญ ทำการบ้านที่ทัวริสต์ อินฟอร์เมชั่นเสร็จสิ้น

แล้วแวะเวียนหาซื้อโปสการ์ด  บนแผ่นดินอินโดนีเซีย ที่บาหลีนี่เจ๋งที่สุดแล้วสำหรับคนรักโปสการ์ด


เราเดินลอยชายกลับที่พัก

นึกขึ้นได้ ว่าคืนถัดไปยังไม่มีที่นอน


ชะเง้อคอมองบ้านข้างๆโรงแรมที่พัก ที่หนุ่มคนขับรถเมื่อคืนบอกว่าเป็นบ้านเขาและมีห้องให้พักอยู่สองห้อง


มุดเข้าไปดูเสียหน่อย พอไม่ให้เสียน้ำใจ


แต่ โอ้ ถ้าไม่แวะเข้ามาคงเสียดายแย่


ราคาอยู่ในงบ และชั้นบนช่างน่านอนเหลือเกิน

ห้องโปร่ง สว่างไสวไปด้วยหน้าต่างกระจกล้อมสามด้าน

พร้อมระเบียงที่ชมวิวทุ่งนาได้สาแก่ใจ

บ้านคนฮินดูบาหลีแท้ๆ ที่ฉันหมายมั่นปั้นมือจะได้สัมผัส

ตกลงใจโดยไม่รั้งรอ พร้อมที่จะลากกระเป๋ามาฝากโดยพลัน





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บอลลูนล่องฟ้า @ Luxor , Egypt

มื้อแรกในโมร็อกโก

หลบฝน หลบหนาว @ Zagreb, Croatia