#2: Voices In My Mind @ Bali , Indonesia
วันนี้เราเลือกหม่ำมื้อกลางวันที่โรงแรมที่พัก รอเวลาให้หนุ่มหน้าใหม่มารับ
อุ๊ย แฮปปี้วุ้ย รู้สึกครึ้มใจ คล้ายๆ เนื้อจะหอมๆชอบกล (อิอิ)
เวลาบ่ายโมงมาถึงรวดเร็ว
คุณ Pineh หนุ่มหน้าขรึมภาษาอังกฤษคมคายนั่งรออยู่แล้ว
คุณคนนี้ ใจดี มีน้ำใจช่วยหลือฉันด้วยเรื่องบางอย่าง อย่างไม่เกี่ยงงอน
เราเลือกซื้อแพคเกจเดินภูเขาไฟบาตูร์จากคุณPineh เพราะเทียบราคาแล้วเท่ากันแต่ได้ของแถมคือมีรถมารับถึงอูบุด นอกจากนี้โรงแรม Surya ที่พัก ก็อยู่ในแถบเงียบสงบริมทะเลสาบละแวกKedisan ที่พลุกพล่านน้อยกว่าที่หมู่บ้านโตยาบุงกาห์แยะเลย
คุณ Pineh ใจดีมาก พาฉันและเพื่อนแวะถ่ายรูปที่มุมงามๆของทุ่งนาขั้นบันไดบริเวณ Dewi Café
ฉันเปรี้ยวปาก อยากดื่มกาแฟเหลือเกิน แต่คุณ Pineh บอกเพียงเบาๆ ว่าจะเลี้ยงเครื่องดื่มและขนมที่บ้านของเขา ก่อนจะถึงโรงแรม
........อุ๊ย มีหนุ่มจะเลี้ยงกาแฟอีกแล้ว ชะเอิงเอย บอกแล้วว่าเนื้อหอม หุหุ........
คุณPineh ไม่ได้มาคนเดียว แต่ พ่วง คุณ “วายัน” มาด้วย
เจ้าตัวอมยิ้มน้อยๆเมื่อฉันนั่งนับนิ้วจำนวน “วายัน” ที่ได้พบ
แค่ครึ่งวันเช้า ฉันก็เจอวายัน ร่วมสิบคน
บุตรคนแรกของครอบครัวบาหลีจะได้ครอบครองนาม “วายัน” อย่างเท่าเทียมทุกบ้าน
รถเลี้ยวเข้าจอดหน้าสวนเล็กๆร่มครึ้ม
ป้ายด้านหน้าแสดงพันธะสัญญาถึงอาณาจักร เกษตรอินทรีย์
โชคดีเหลือเกิน เพราะฉันกำลังให้ความสนใจในสินค้าออร์แกนิคอย่างเอาจริงเอาจัง
คุณปิเนห์ และวายัน พาฉันและเพื่อนเดินลัดเลาะผ่านหมู่ไม้ และอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับชื่อและสรรพคุณของพืชและ
สมุนไพรในสวน จนกระทั่งทะลุมาถึงตัวบ้าน
ออกจะอึ้งๆเล็กน้อย เมื่อเห็นมีกลุ่มคนเกินกว่าสิบ มาชุมนุมกันอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
ภรรยาคุณปิเนห์ทำขนมเสร็จใหม่ร้อนๆมาให้กินแกล้มกาแฟบาหลี
กล้วยและมันชุบแป้งทอดถูกเสิร์ฟมาในจานสังกะสี ที่ฉันและคู่หู ร่วมวงกับเพื่อนหน้าใหม่ซัดเสียเกลี้ยง
เจ้าบ้านเล่าว่า เขาและคนในชุมชน พยามอย่างยิ่งที่จะดึงความสนใจของเด็กๆ ให้ใส่ใจรักษาศิลปวัฒนธรรมอันงดงาม เพื่อให้คงอยู่ให้ได้นาน เพื่อให้สามารถต้านทาน ต่อการรุกรานของอารยธรรมใหม่ๆที่รุกฆาตเข้ามาอย่างน่ากลัว
พวกเขาสอนการบรรเลงดนตรีพื้นบ้าน หัดการร่ายรำ และพลิกฟื้นผืนดินด้วยรูปแบบการเกษตรแบบดั้งเดิม เพื่อความอุดมอันยั่งยืนของผืนแผ่นดินแม่
เด็กๆแต่งตัวสวยมองฉันและเพื่อนตาแป๋ว
คุณปิเนห์ถามเบาๆ ว่ารังเกียจไหม หากเด็กๆจะจัดการแสดงให้ได้ชม
เสียงเครื่องดนตรีพื้นเมืองบรรเลงอยู่ตรงหน้า
แต่ทว่า ฉันกลับคิดไปไกลถึงคนที่ไม่อาจจะเอื้อมถึง
ไมตรีจิตผ่านกล้วยทอดอุ่นหอม และ กาแฟสดๆที่บดภายในบ้านหลังนี้
ในแวดล้อมของมิตรต่างภาษา
ฉันรู้สึกถึงความคุ้มค่า ที่หัดสนทนาภาษาท้องถิ่น
เพลงแล้วเพลงเล่า และการร่ายรำของสาวน้อยเลอกอง
นัยน์ตาเธอช่างคมเหลือใจ
ยามเมื่อเธอตวัดปลายมือ กลีบดอกไม้ก็ร่วงพรูสู่ผู้มาเยือน
เสียงตบมือกราวทุกครั้งที่ฉันรองรับกลีบละมุนของมวลดอกไม้เอาไว้ได้
แอบเก็บกอบไว้ในอุ้งมือ
ตั้งใจจะเอาไปแนบไว้ในสมุดเล่มแดง
เสียงในใจยังสดใสอยู่ในความทรงจำ
ในนามของความรัก
วันเวลาที่ได้ย่ำไปบนเส้นทางสายที่ใครบางคนปรารถนาจะกลับไปเยือนซ้ำ
ฉันขอทำหน้าที่นั้นแทน
.............................
บันทึกเล่มเก่า ไดอารี่สมัยยังสาว
จารึกถึงใครบางคนที่จากไปก่อนวัยอันควร
ด้วยความรักและระลึกถึง"ลูกพี่"เสมอ
หนอนแบกเป้


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น