ล่าวาฬ & ฟาดฉลามแบบฉบับไวกิ้ง @Reykjavik, Iceland

 

June 9, 2022

เมื่อวานนี้ฝนตกทั้งวันค่ะ เดินลุยฝนปนนั่งรถเมล์ไปชมงาน อากาศเย็นและเปียกชื้นจนยอมเข้าที่พักเร็วเพราะกลัวไม่สบาย

ทั้งที่ช่วงนี้เป็นฤดูมืดช้าแนวMidnight sun กลางวันยาวนานนนนนน แต่ห่วงสุขภาพมากกว่าห่วงเที่ยวน่าจะดีกว่า

งานที่เข้าชม เมื่อพิจารณาหัวข้อconferenceแล้วตัดสินใจว่าไม่เข้าข่ายงานของตัวเอง จึงจ่ายเงินแค่ค่าTrade show pass 

ดูพยากรณ์อากาศบอกว่าวันที่9 จะอากาศดี จึงตัดสินใจจะแอบอู้งานด้วยการไปซื้อWhale watching tour เขาบอกว่าการันตีไม่เจอวาฬให้ไปดูซ้ำจนกว่าจะเห็น ถ้าเราเห็นวาฬ วันที่10เราก็ไปงานซ้ำ เก็บตกในวันสุดท้ายของงาน

ทัวร์มีสองแบบ เรือเล็ก คนน้อย เร็ว เร้าใจ ใช้เวลาราว2ชั่วโมง ราคาราว16,500 isk  ความสำคัญมันอยู่ที่คนขายทัวร์หล่อมาก  พูดจาดี๊ดี ถ้าป้าสาวกว่านี้สัก25ปี เป็นได้ซื้อทัวร์นี้ล่ะ 

ช่องว่างระหว่างวัยทำให้ป้าหนอนฯต้องแบกเป้ออกมาหาทัวร์ที่เหมาะกับวัย 

รุ่นนี้เหมาะกับclassic boat เรือลำใหญ่หน่อย แล่นช้า ใช้เวลาราว3ชั่วโมง จ่ายไปเท่านี้ค่ะ


 




เช้านี้อากาศดีมากฟ้าใสอากาศอุ่นกว่าเมื่อวาน แต่ไว้ใจไม่ได้นะ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพราะเราจะออกไปกลางทะเล

เก้าโมงครึ่งเดินไปรายงานตัวที่Old harbour























แลกตั๋วแล้วเดินไปขึ้นเรือ แถวนี้มีเรือเยอะ รวมทั้งเรือสำราญขนาดใหญ่

























ลำนี้ค่ะ





ส่วนลำนี้เขาจะไปดูนกมัฟฟิน เอ๊ยนกPuffinsค่ะ



ขึ้นเรือมาก็แวะหาขนมมัฟฟินกินกับกาแฟรองท้องที่บาร์หน่อย 























บนเรือมีห้องน้ำสะอาดให้บริการสองห้องค่ะ
























กัปตันเปิดหวูดพาเรือออกจากท่าอย่างช้าๆ ในขณะที่ทัวร์เรือด่วนซึ่งมีลูกทัวร์ที่แต่งชุดพร้อมลุยสีสดและผ่านการซักซ้อมความเข้าใจก่อนลงเรือก็ออกตัวพร้อมกันหนึ่งลำ



















โบกมือทักทายแล้วแล่นฉิวลับตาไปอย่างเร็ว ของเราก็แล่นช้าสง่างามค่ะ


















ไกด์สาวของเราเข้าประจำที่























หลังจากอธิบายซักซ้อมทำความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยและอื่นๆ น้องเขาก็นั่งประจำการพร้อมกล้องส่องทางไกลค่ะ

เราออกเรือมาเกือบหนึ่งชั่วโมงก็เข้าสู่พื้นที่ที่วาฬชอบมาหากิน  

วันนี้อากาศดีจริงๆ
แดดสวย ผืนน้ำราบเรียบ ไม่มีคลื่นลมแรง
เดินไปเดินมา บางมุมเห็นผืนน้ำสะท้อนแดดระยิบระยับ


เมื่อเริ่มพบวาฬ ป้าหนอนฯแกก็เปลี่ยนใจลงมาอยู่ชั้นล่างแทน กะว่าจะได้เห็นชัดๆเพราะลูกทัวร์ส่วนใหญ่อยู่บนดาดฟ้าเรือ



















ได้เห็นวาฬโผล่พ้นน้ำหลายครั้งอยู่ค่ะ  แต่ถ่ายรูปไม่ทัน  คือไม่ค่อยสนใจถ่ายเพราะมัวแต่สอดส่ายสายตาหาวาฬตามที่ไกด์บอกพิกัด

ชอบตอนหางวาฬพริ้วขึ้นมาก่อนจะจมลงน้ำไป มีถ่ายVDOไว้นิดนึงค่ะ

วันนี้เจอHumpback และ Minkee ตามที่ไกด์บอกนะคะ

บนเรือมีผู้รู้ด้านสมุทรศาสตร์มาประจำ1คนคอยตอบคำถาม และมีสมุดเรื่องวาฬให้ดูด้วย


















เรือกลับเข้าท่าตอนเกือบครบสามชั่วโมง  ลูกทัวร์รอบบ่ายโมงก็มายืนรอกันแล้วค่ะ

เดินออกมาตั้งใจว่าจะกินอาหารจานปลาร้านนึงที่เล็งไว้ แต่คนเยอะมากกกก

เปลี่ยนใจไปกินแถวโบสถ์ละกัน ร้านนี้เขาก็ขายอาหารพื้นเมืองค่ะ

มาสั่งอาหารกัน เครื่องดื่มเลือกเป็นชาค่ะ


















ส่วนอาหาร ไอ้เรามันคนกล้าๆกลัวๆ เลยละเว้นตัวที่ชื่อIcelandic braveheart ไปเลือกเมนูที่ทำกรอบสีแดงแทน

ตัวที่เขาบอกว่า"ต้องลอง" ก็ขอลองหน่อยเหอะนะ  เป็นไงเป็นกัน


















อาหารมาเสิร์ฟอย่างเร็วพร้อมน้ำขวดโต















ซุปแกะมีเนื้อแกะที่ตุ๋นจนเปื่อยกำลังดี มีแครอท มันฝรั่ง และกระหล่ำปลี














เพราะมีมันฝรั่งจึงไม่สั่งขนมปังมาค่ะ กลัวกินไม่หมด  ถ้วยใหญ่ด้วยนะ ตอนแรกกะว่าจะกินขนมก็ไม่ไหวค่ะ

หล่อนกินไม่ไหวเพราะไอ้เจ้านี่อ้ะป่าว


















ถ้าไม่มีไอ้เจ้าBrennivin ที่เป็น Original Icelandic schnappsนี่ หนอนฯคงกระเดือกไอ้ Fermented shark ไม่ได้  

ขนาดมีตัวช่วยแรงๆยัง เอิ่ม ขออภัย กระเดือกลงคอยากน่าดู

เนื้อปลาฉลามถูกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีจิ้มคำเล็กๆ กลิ่นรสประหลาดแรงจัด เป็นกลิ่นปลาดองที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์หมักฟุ้ง

ปกติหนอนฯไม่กินพวกปลาดิบทุกแบบ (รวมถึงแบบอาหารญี่ปุ่น)กินไม่ลงอยู่แล้ว เจอเจ้าตัวนี้เข้า แม้ทำใจเตรียมใจรับมือ แต่ก็ชิมได้ไม่หมดค่ะ


คหสต.คิดว่าเรื่องของอาหารและการกินอยู่นั้น ในปัจจุบันเป็นเรื่องของรสนิยม

แต่รากเหง้าและการกำเนิดของอาหารท้องถิ่นทั้งหลาย เป็นวัฒนธรรมที่ถูกบ่มเพาะผ่านกาลเวลาเนิ่นนาน

มันถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม มันถูกรังสรรค์จัดแต่งขึ้นมาจากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง


สาวไทยจากลุ่มเจ้าพระยานั่งเปิป"Shark"คำแรกด้วยการจิ้มมาดู แล้วก็ดม

เอิ่ม 


ดมแล้วไม่อาจดื่มด่ำ ต้องจับวางก่อนจะหยิบน้ำมาดื่มอึกโตเรียกขวัญ

เอาวะ เพี้ยนไฟลุก
จิ้มแล้วยัดเข้าปาก

ก้มหน้านึก เอาไงดีฟะ

เคี้ยวปุ๊ปสาด Original Icelandic schnapps ตามเข้าปากปั๊ป กลืนเอื๊อก


คิดถึงพี่ๆไวกิ้ง 


พี่ๆไวกิ้งมีแรงบันดาลใจอะไรถึงได้สร้างสรรค์เมนูนี้คะ  อยากเอาปลาส้มปลาเจ่าไปแลกเปลี่ยนกันชิมเสียจริง


แต่พี่ๆเค้าคงไม่ได้กินแบบนี้ทุกวันหรอกมั้งนะ


วันนี้เรามาเยือนในยามที่มีแสงแดดยาวนาน

นานขนาดไหนมาดูกัน  ยกตัวอย่างวันนี้ละกันเนอะ





































แล้วถ้าเป็นฤดูหนาวล่ะ  อ่ะ ยกตัวอย่างต้นเดือนมกราคม



















อย่างเรา จะฤดูร้อน ฝน หรือหนาว เรามีผักสดและเนื้อสัตว์ให้หาจับมากินได้ทุกวัน

ถึงกระนั้นความอุดมสมบูรณ์ล้นเหลือที่เมื่อจับปลาจับกุ้งได้มากในบางฤดูยังต้องหาทางแปรรูปถนอมอาหาร

พี่ๆไวกิ้งก็เช่นกัน


ฟาดฉลามดองไม่หมด แต่ฟาดBrennivin หมดค่ะ

ตบท้ายด้วยชาสมุนไพรพื้นเมืองกลิ่นหอม



















ปกติไม่ดื่มชาหวานๆ แต่เมนูไวกิ้งเล่นเอาต้องปาดน้ำผึ้งหวานๆมากินเกือบหมด 

ตอนคิดเงิน น้องบริกรถามความรู้สึกที่มีต่อ"shark"

"มันน่าสนใจมากค่ะ"

และยังนะ ป้ายังไม่เข็ดนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปลองอาหารพื้นเมืองร้านอื่นอีก

วันนี้เช็คบิลก่อน






















สำหรับมื้อนี้ไม่แพงเกินไป ถือว่าได้เรียนรู้และรับสัมผัสรสชาติแปลกใหม่ 

แม้เข้าไม่ถึง แต่ยินดีที่ได้ลองค่ะ


ขอให้เจริญอาหารค่ะ








ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บอลลูนล่องฟ้า @ Luxor , Egypt

หลบฝน หลบหนาว @ Zagreb, Croatia

มื้อแรกในโมร็อกโก